งานมอเตอร์โชว์ปีนี้ BYD ไล่ทุบราคารถ EV เละเทะอีกแล้ว ไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ของปี เชื่อว่าคนซื้อรถญี่ปุ่นสมัยก่อน คงจะเริ่มชินกับราคารถจีนปัจจุบันได้แล้ว แต่ไม่ใช่กลยุทธ์ราคาเพียงอย่างเดียว ตอนนี้ BYD ยังออกนวัตกรรมแบบใหม่นั่นคือ การนำระบบโดรนติดรถยนต์มาใช้ ขับรถไปบินโดรนไป เหมือนมีโดรนตรวจการ ถ่ายรูปรถขณะขับเคลื่อน ยิ่งกว่ากล้องติดหน้ารถซะอีก ของเล่นชิ้นนี้อาจสร้างมาตรฐานใหม่รถยนต์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าได้
เรื่องของเรื่องมีอนู่ว่า BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน ได้ร่วมมือกับ DJI บริษัทโดรนชื่อดัง เปิดตัวระบบโดรนติดรถยนต์ที่เรียกว่า “Lingyuan” ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบันทึกวิดีโอทางอากาศขณะขับรถ โดยโดรนจะถูกเก็บไว้ในช่องบนหลังคารถ สามารถขึ้นบินและลงจอดขณะรถเคลื่อนที่ และติดตามรถด้วยความเร็วสูงสุดถึง 54 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบ Lingyuan มีราคาอยู่ที่ 16,000 หยวน (ประมาณ 70,000 บาท) และจะถูกนำมาใช้ในรุ่นรถที่มีราคาย่อมเยามากขึ้น เช่น รุ่น Sealion 07 DM-i ไฮบริด ราคา 27,000 ดอลลาร์ และ Tang L SUV ไฟฟ้า ราคา 40,000 ดอลลาร์
ระบบนี้เป็นความพยายามของ BYD ในการนำเสนอฟีเจอร์ไฮเทคใหม่ ๆ เพื่อแข่งขันในตลาดรถยนต์ที่มีการแข่งขันสูงของจีน โดยก่อนหน้านี้ BYD ได้เปิดตัวเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น ระบบช่วยจอดด้วย AI และเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติ
แต่โดรนติดรถยนต์แบบ Lingyuan ของ BYD และ DJI มีข้อจำกัดหลายอย่างที่ควรพิจารณา: เริ่มจากข้อจำกัดด้านการใช้งาน พื้นที่ใช้งาน: โดรนอาจทำงานได้ดีในที่โล่ง แต่ในเมืองที่มีตึกสูงหรือพื้นที่แออัด อาจมีปัญหาด้านสัญญาณ GPS และอุปสรรคทางกายภาพ ข้อจำกัดด้านความเร็ว: ระบบนี้สามารถติดตามรถได้ที่ความเร็วสูงสุด 54 กม./ชม. ซึ่งอาจไม่เพียงพอหากขับขี่บนทางหลวงหรือความเร็วสูง การต้านลม: แม้โดรนจะมีระบบกันสั่น แต่หากสภาพอากาศแปรปรวน ลมแรง หรือฝนตก อาจทำให้การบันทึกภาพไม่เสถียร ข้อจำกัดด้านแบตเตอรี่ โดรนมีระยะเวลาบินที่จำกัด โดยเฉลี่ยประมาณ 15-30 นาที เท่านั้น ซึ่งอาจไม่พอสำหรับการบันทึกวิดีโอในระยะทางไกล ข้อจำกัดด้านกฎหมาย ในหลายประเทศมีกฎหมายควบคุมโดรน เช่น ห้ามบินในบางพื้นที่ (เช่น สนามบิน, พื้นที่ทางทหาร) บางประเทศอาจต้องมีใบอนุญาตหรือต้องขึ้นทะเบียนโดรนก่อนใช้งาน กฎหมายเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวอาจเป็นปัญหา หากโดรนถ่ายวิดีโอของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อจำกัดด้านราคา ระบบนี้มีราคาประมาณ 16,000 หยวน (ประมาณ 70,000 บาท) ซึ่งถือว่าสูงสำหรับผู้ใช้ทั่วไป หากมีปัญหาทางเทคนิคหรือเกิดอุบัติเหตุ อาจมีค่าซ่อมแซมสูง ข้อจำกัดด้านความปลอดภัย โดรนอาจเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิค เช่น การสูญเสียการควบคุม, การรบกวนสัญญาณ หรือแบตเตอรี่หมดกลางอากาศ อาจมีความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เช่น บินชนสิ่งกีดขวาง หรือร่วงลงมาทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือบุคคล
ถึงแม้ระบบโดรนติดรถยนต์นี้จะเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจใช้งาน โดยเฉพาะข้อจำกัดทางกฎหมาย ความปลอดภัย และการใช้งานในสถานการณ์จริง แต่แนวโน้มของโดรนติดรถยนต์แบบ Lingyuan ของ BYD และ DJI อาจพัฒนาไปในหลายทิศทาง ขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านเทคโนโลยี ตลาด และกฎหมาย
มาดูเรื่องแนวทางการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ถ้าแบตเตอรี่และระยะเวลาบินที่ยาวขึ้น: ปัจจุบันโดรนติดรถยนต์สามารถบินได้ราว 15-30 นาที แต่ในอนาคตอาจมีแบตเตอรี่ที่ทนทานขึ้น หรือใช้ ระบบชาร์จเร็ว บนหลังคารถ, AI และระบบนำทางอัจฉริยะ: โดรนอาจสามารถบินและติดตามรถได้แบบ อัตโนมัติ 100% โดยไม่ต้องมีผู้ควบคุม ระบบกันสั่นและคุณภาพวิดีโอที่ดีขึ้น: สามารถถ่าย 8K HDR หรือใช้เซ็นเซอร์ที่ช่วยให้การบันทึกภาพในที่แสงน้อยมีคุณภาพสูงขึ้น ความสามารถในการบินในทุกสภาพอากาศ: ปัจจุบันโดรนยังมีปัญหาเรื่อง ลมแรงและฝนตก แต่อนาคตอาจมีระบบป้องกันน้ำและลมที่ดีกว่า
ส่วนการขยายตัวของตลาดในอนาคต ในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม: บริษัทรถยนต์หรู เช่น Tesla, BMW, Mercedes-Benz อาจพัฒนาเทคโนโลยีโดรนติดรถยนต์ของตัวเอง หรือร่วมมือกับบริษัทโดรนขึ้นมาแน่ๆ เพราะเทคโนโลยีนี้ตลาดซื้อแน่ กลุ่มลูกค้าเฉพาะทาง: เช่น นักข่าว/สายถ่ายภาพยนตร์: ใช้เก็บภาพมุมสูงได้สะดวก หน่วยกู้ภัยและตำรวจ: ใช้สำหรับเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ นักเดินทาง/นักผจญภัย: ใช้สำรวจภูมิประเทศและถ่ายภาพระหว่างเดินทาง
ในมุมของข้อจำกัดทางกฎหมายและการปรับตัว ข้อบังคับการใช้โดรน: หลายประเทศยังมีกฎหมายเข้มงวดเกี่ยวกับโดรน เช่น ห้ามบินในพื้นที่หวงห้าม หรือ ต้องมีใบอนุญาต อนาคตอาจต้องมีมาตรฐานใหม่สำหรับ “โดรนติดรถยนต์” การพัฒนาโหมดบินอัตโนมัติแบบปลอดภัย: เช่น โหมดบินที่ หลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ หรือ ป้องกันการบินเข้าสู่พื้นที่ต้องห้าม
เมื่อมันรวมเข้ากับเทคโนโลยีอื่น ๆ EV และรถไร้คนขับ: โดรนอาจกลายเป็น ส่วนหนึ่งของระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ ใช้ตรวจสอบสภาพจราจรล่วงหน้า หรือช่วยในการนำทาง ระบบคลาวด์และสตรีมมิง: อาจสามารถ สตรีมวิดีโอสด ผ่าน 5G ไปยังโซเชียลมีเดีย หรือส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์
สรุปแนวโน้ม ใน ระยะสั้น (1-3 ปี): ยังเป็นฟีเจอร์พิเศษสำหรับรถระดับสูง มีข้อจำกัดด้านกฎหมายและเทคโนโลยี ใน ระยะกลาง (3-5 ปี): อาจมีการพัฒนาฟังก์ชัน AI, แบตเตอรี่ และความสามารถในการบินที่ดีขึ้น ใน ระยะยาว (5-10 ปี): อาจกลายเป็นฟีเจอร์มาตรฐานใน รถยนต์ไร้คนขับ และใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น การรักษาความปลอดภัย การขนส่ง และการท่องเที่ยว ถ้าเทคโนโลยีโดรนพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง เราอาจได้เห็น รถยนต์ทุกคันมีโดรนติดตัวเหมือนที่รถทุกคันมีกล้องติดรถยนต์ในปัจจุบัน